EFT.CO.TH

 
  • Increase font size
  • Decrease font size
  • Default font size
ห น้ า แ ร ก
การร่วมงานกับพระเจ้า

โดย  เอ็ช. แอล. แอนเดอร์สัน
พระคริสตธรรมประทีป  ปีที่ 5  เล่ม 16  กรกฎาคม 1953

          การมีชีวิตคริสเตียนนั้นคือ  การร่วมมือร่วมงานกันอยู่เสมอ  เราได้ยินคริสเตียนอธิษฐานบ่อยๆ ว่า  ?โอ้พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์  ที่ได้ทรงโปรดช่วยในเรื่องนี้  พระองค์ได้ทรงบันดาลให้ทุกสิ่งสำเร็จ? พระเจ้าเองก็ได้ทรงตรัสไว้ว่า ?เพราะว่าเราทั้งหลายเป็นผู้ร่วมทำการด้วยกันกับพระเจ้า? (1 โครินธ์ 3:9) และ  ?เราเป็นคนทำการด้วยกันกับพระองค์? (2 โครินธ์ 6:1) ท่านทั้งหลายคงจำได้ถึงเรื่องของกิเดโอน  ที่ยกทหารสามร้อยไปสู้รบกันกับพวกมิดยาน  ตอนยกกองทัพเข้าปราบพวกมิดยานในเวลากลางคือ พวกทหารพากันตะโกนว่า ?กระบี่ของพระเยโฮวาห์และกิเดโอน?  ท่านสเปอร์เจียน ครูสอนพระคัมภีร์ผู้มีชื่อเสียงได้พูดว่า ?ถ้าเราจะตะโกนแต่กระบี่ของพระเยโฮวาห์เราก็ผิด เพราะเรากลายเป็นคนเกียจคร้าน ปล่อยให้พระเจ้าทำการแต่ผู้เดียว  และถ้าเราจะตะโกนแต่เพียงว่า กระบี่ของกิเดโอน เราก็ผิดในฐานะที่ไหว้รูปเคารพ เพราะพึ่งในกำลังเนื้อหนังของตนเอง เราจะต้องรวมทั้งสองเข้าประสานกัน ทำการร่วมกันเป็นน้ำหนึ่งใจ เดียวกัน?
          เมื่อเราได้รับความรอดแล้ว เราก็มีส่วนปฏิบัติประจำวันในชีวิตของเรา มีปรากฏในพระคัมภีร์หลายแห่งที่ชี้หลักชีวิตคริสเตียนว่า เป็นชีวิตของการร่วมมือร่วมงานเช่น ?ท่านทั้งหลายจงเข้ามาใกล้พระเจ้า และพระองค์จะสถิตอยู่ใกล้ท่าน? (ยากอบ 4:8)  ส่วนการที่เราจะต้องทำก็คือ  ?จงเข้ามาใกล้พระเจ้า? แล้วพระเจ้าจึงจะมาพบกับเราและจะสถิตอยู่ใกล้เรา  ทันใดนั้นก็เกิดมีการร่วมมือร่วมงานกันขึ้น  แล้วพระพรก็ตามมา จะไม่มีพรเกิดขึ้นถ้าไม่มีการร่วมมือ  จงระวังอย่าได้บังคับให้พระเจ้าทำอย่างนั้นอย่างนี้  แต่ให้เราทำหน้าที่ของเรา แม้เราจะเห็นว่าพระเจ้ายังไม่ทำหน้าที่ของพระองค์  ก็จงให้เราทำต่อไป พระองค์จะทรงกระทำหน้าที่ของพระองค์แน่ แต่พระองค์จะทรงกระทำเมื่อใดนั้น มันเป็นเรื่องของพระองค์
          อาจารย์เปาโลรู้อยู่ว่า กฏเกณฑ์ของชีวิตคริสเตียนควรจะเป็นอย่างไร ก่อนที่พระเจ้าจะเข้ามาร่วมมือร่วมงานกับเรา  ยอห์น  ยูดาก็มีความเห็นเหมือนกัน เช่น ?แต่ข้าพเจ้าระงับความปรารถนาฝ่ายเนื้อหนังให้อยู่ใต้บังคับ? (1 โครินธ์ 9:27)  ?เมื่อเรามีคำสัญญาเช่นนั้นแล้ว ให้เราชำระตัวของเราให้ปราศจากมลทินทุกอย่างแห่งเนื้อหนังและวิญญาณจิต? (2 โครินธ์ 7:1)  ?ท่านทั้งหลายจงพิจารณาดูตัวของท่านเอง ว่าท่านตั้งอยู่ในความเชื่อหรือไม่  จงชันสูตรดูตัวของท่านเองเถิด? (2 โครินธ์ 13:5)  ?จงรักษาตัวไว้ให้เป็นคนบริสุทธิ์? (1 ทืโมธี 5:22) ?ท่านทั้งหลายจงระวังตัวให้ดีเพื่อท่านทั้งหลายจะไม่ได้เสียการ ซึ่งเรากระทำไปแล้วนั้น  แต่เพื่อท่านจะได้รับบำเหน็จถึงขนาด? (2 ยอห์น 8)  ?ฝ่ายท่านทั้งหลายผู้เป็นที่รัก โดยการก่อสร้างตัวของท่านขึ้นบนความเชื่ออันบริสุทธิ์ยิ่งของท่าน  และโดยการอธิษฐานในพระวิญญาณบริสุทธิ์  จงรักษาตัวไว้ในความรักของพระเจ้า? (ยูดา 20, 21)
          ในชีวิตคริสเตียนทุกวันนี้ ดูเหมือนความคิดของคริสเตียนออกจะเขวไปมาก เขาคิดว่าในสมัยพระคุณ คริสเตียนไม่มีความจำเป็นจะต้องเชื่อฟังพระคัมภีร์ซึ่งเป็นพระคำของพระเจ้า  ความคิดเห็นเช่นนี้เป็นความคิดของผีปีศาจ  คริสเตียนบางคนคิดเลยเถิดไปว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีพระคัมภีร์ไว้อ่าน เมื่อเขาได้รับความรอดแล้วก็เห็นว่าไม่มีความจำเป็นอะไรอีก แต่นั้นเป็นต้นไป  เขาจะทำอะไรก็ได้ตามความพอใจของเขา แท้จริงเขาถูกพญามารล่อลวง จริงอยู่พระคัมภีร์บอกเราว่า  เราไม่ได้อยู่ใต้พระบัญญัติ  ความจริงข้อนี้มีความหมายแต่เพียงว่า เราไม่ได้รับความรอดพ้นจากบาป ด้วยการรักษาพระบัญญัติ  ไม่ใช่รอดด้วยความประพฤติ แต่รอดด้วยความเชื่อ  แต่เมื่อเราได้รับความรอดแล้ว ก็กลายเป็นผู้ที่ประพฤติตามพระคำ ?แต่ท่านทั้งหลายจงเป็นคนประพฤติตามคำนั้น ไม่ใช่เป็นแต่ผู้ฟังเท่านั้น และล่อลวงตนเอง? เมื่อเราไม่ประพฤติตามพระคำเราก็ไม่มีพระพร  เพราะว่า  ?พระบัญญัติจึงเป็นครูสอนซึ่งนำเราให้มาถึงพระคริสต์? (กาลาเทีย 3:24)  เวลานี้เรายังไม่ได้รับความรอด  ภายหลังเมื่อเรารอดแล้วเราต้องประพฤติตามคำของพระเจ้า ?เหตุฉะนั้นจงรักษาคำสัญญาไมตรีนี้ และทำตาม เพื่อเจ้าทั้งหลายจะได้มีความเจริญในบรรดากิจการที่เจ้ากระทำนั้น? (พระบัญญัติ 29:9)
          พระเจ้ามิได้ช่วยเราให้รอดเพื่อให้จมอยู่ในความผิดความบาป  ที่พระเจ้าทรงช่วยเราให้รอด  ก็เพื่อจะให้เรามีชีวิตบริสุทธิ์ผ่องใส  เป็นชีวิตที่เหมือนกันกับชีวิตของพระเยซูคริสต์และชีวิตของเราที่เหมือนกับชีวิตของพระเยซูคริสต์ก็คือชีวิตที่รักษาพระบัญญัติ  นั้นคือการรักษาได้ด้วยดวงใจที่ไหลออกมาเป็นการปฏิบัติตามหลักของพระคัมภีร์  พระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของๆ สมัยพระคุณ  ได้ทรงรับสั่งไว้ว่า ?ถ้าท่านทั้งหลายรักเรา ท่านก็จะประพฤติตามบัญญัติของเรา ... ผู้ที่มีบัญญัติของเรา และประพฤติตามบัญญัตินั้น ผู้นั้นแหละรักเรา ... ถ้าผู้ใดรักเรา ผู้นั้นจะประพฤติตามคำของเรา ... ผู้ที่มิได้รักเรา ผู้นั้นมิได้ประพฤติตามคำของเรา? (ยอห์น 14:15, 21, 23, 24)  ?ถ้าท่านทั้งหลายประพฤติตามบัญญัติของเรา ท่านจะตั้งมั่นคงอยู่ในความรักของเรา? (ยอห์น 15:10) การตั้งมั่นคงอยู่ในพระองค์ และการที่พระองค์สถิตอยู่ภายในเรานั้นแตกต่างกันเป็นสองความหมาย ?ถ้าท่านทั้งหลายจะประพฤติตามทีเราสั่งท่าน ท่านจะเป็นมิตรสหายของเรา? (ยอห์น 15:14)

เจตนารมณ์ที่ควรใช้บังคับชีวิต  มัทธิว 6:1-8
          ?ท่านจงระวังให้ดี  อย่าทำความชอบธรรมของท่านต่อหน้ามนุษย์เพื่อหวังจะให้เขาเห็น  ถ้าทำอย่างนั้นท่านจะไม่ได้รับบำเหน็จแต่พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์? มัทธิว 6:1 ชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่ได้ถวายแก่พระเจ้าแล้วนั้น  ควรจะกระทำทุกสิ่งทุกอย่างในพระนามของพระเยซูคริสต์  หรือทำเพราะเห็นแก่พระนามของพระเยซู  คือทำเพราะเห็นแก่พระเจ้า มิใช่ทำเพราะเห็นแก่มนุษย์  หรือเพื่อเห็นแก่ตนเอง ?จงกระทำทุกสิ่งในพระนามพระเยซูคริสตเจ้า? คือ  ?เหมือนกระทำถวายแก่พระเจ้า  ไม่ใช่เหมือนกระทำแก่มนุษย์? (โคโลสี 3:17,23) แต่กระนั้นก็ดี  ลูกทั้งหลายของพระเจ้ายังต้องรับสารภาพว่า การดีต่างๆ ที่เขาได้กระทำนั้นมักจะมีเจตนารมณ์อวดตัวว่าเป็นคนดีแฝงอยู่เสมอ  และก็มักจะคิดว่าคนอื่นเขามีความเห็นเกี่ยวกับตนอย่างไร  เรามักจะถูกชักชวนด้วยอิทธิพลแห่งการกระทำของคนอื่นๆ  และถ้าใครมาติเตียนต่อว่าเราเสียหาย  เราก็ต่อสู้ด้วยการถกเถียง หรือแก้ตัว  เราชอบให้คนยอยกย่อง ไม่ชอบให้ใครมาติเตียน แต่โดยพระคุณในพระเยซูคริสต์เราก็ยังสามารถไม่โกรธเมื่อถูกเขาติเตียน ไม่หัวสูงเมื่อเขายกย่อง คนรับใช้ของพระเจ้าที่ทำการประกาศสั่งสอนท่ามกลางประชาชนต้องอาศัยพระคุณพิเศษนี้

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Advertisement

Who's Online

ขณะนี้มี 20 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

User Menu

Login Form






ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก? สมัครสมาชิก

Statistics

OS: Windows
PHP: 5.1.2
MySQL: 4.0.18-nt
เวลา : 10:02
Caching: Disabled
GZIP: Disabled
จำนวนสมาชิก : 294
จำนวนข่าว: 98
เว็บลิงค์:
_VISITORS: 337310

Polls

ความคิดเห็นเกี่ยวกับเวปนี้
 

EFT.CO.TH